วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Tokyo Sonata


สิ่งที่ได้เรียนรู้จากภาพยนตร์...
                จากการที่ผมได้รู้ภาพยนตร์เรื่อง Tokyo sonata แล้วมีความรู้สึกว่า สถาบันครอบครัวมีความสำคัญมากๆ เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนภายในครอบครัว พ่อก็มีหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ทำงานนอกบ้านเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว แม่มีหน้าที่เป็นแม่บ้านทำงานทุกอย่างภายในบ้าน ลูกทั้งสองก็มีหน้าที่เรียนหนังสือ ซึ่งสังคมของญี่ปุ่นก็มีลักษณะเป็นเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการทำหน้าที่ของตนเองจนไม่ได้มองถึงครอบครัว ไม่สนใจดูแลลูกเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะจากการที่สภาวะเศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ พ่อซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวตกงานเลยมีความเครียดเลยไม่มีเวลาที่จะมาสนใจสมาชิกในครอบครัว เลยเกิดปัญหาต่างขึ้นภายในครอบครัวครับ...
ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง...
ทฤษฎีความผูกพัน  มีพื้นฐานมาจากหลายทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของมนุษย์และครอบครัว ได้แก่ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ พัฒนาการเด็กประสาทชีววิทยา Evolutionary Ethology และ Cognitive science เพื่ออธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และพัฒนาการของความสัมพันธ์ ซึ่งบุคคลที่มีบทบาทสำคัญต่อการศึกษาเรื่องนี้คือ John Bowlby   และ Mary Ainsworth ทฤษฎีนี้อธิบายว่าความผูกพันเป็นสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่มั่นคงซึ่งมนุษย์แสวงหาและต้องการไปตลอดชีวิต และจะเป็นที่ต้องการมากขึ้นเมื่อได้รับความเครียดหรือความกดดันความผูกพันแตกต่างจากการพึ่งพา เนื่องจากผู้ที่มีความผูกพันยังคงความเป็นตัวของตัวเอง หัวใจสำคัญของทฤษฎีความผูกพันคือการก่อเกิดความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก พ่อกับลูก หรืออื่นๆ ซึ่งลักษณะความสัมพันธ์นี้จะถูกถ่ายทอดไปยังความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับคนอื่นๆ ในสังคมต่อไป ตัวอย่างพฤติกรรมที่แสดงถึงความผูกพันระหว่างแม่กับลูก เช่น การคลอเคลียอยู่ใกล้แม่ ร้องไห้หรือแข็งขืนเมื่อต้องจากแม่ วิ่งไปหาแม่ เป็นต้น
เด็กจะรับรู้และเรียนรู้สัญญาณด้านอารมณ์ ความรู้สึก และวิธีการตอบสนองของพ่อแม่ได้ตั้งแต่เกิดและไวกับการตอบสนองที่ไม่ดีของพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดู มีงานวิจัยพบว่าเด็กที่ขาดความผูกพันจะสับสนในเรื่องความสัมพันธ์ สร้างความผูกพันกับใครไม่ได้ ทำให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในวันเรียน ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือ มีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปสู่การมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวรุนแรง
- พ่อแม่ควรสนับสนุนพฤติกรรมที่ดีของลูก จะทำให้ลูกรู้สึกว่าเขาได้รับความไว้วางใจจากพ่อแม่และเป็นการสร้างสัมพันธ์ภาพที่ดีระหว่างกัน
ซึ่งทฤษฎีความผูกพันนี้เป็นเรื่องของครอบครัวที่มีปัญหา ทำให้เกิดความผูกพันธ์ที่ไม่เป็นผลดี



หากเป็นพ่อ...
                ถ้าผมเป็นพ่อผมจะยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น  ถ้าเป็นสังคมญี่ปุ่นอาจจะฟังดูยากนะ แต่ก็ไม่มีทางเลือกเพราะถ้ามัวแต่จะกลัวครอบครัวรู้ กลัวลูกรู้ ก็จะทำให้เราเครียด ก็เลยคิดว่ายอมปรึกษาครอบครัวดีกว่า แล้วไปสมัครงานที่พอจะทำได้โดยไม่เรื่องมากที่จะเลือกงาน ถ้าเป็นผู้จัดการร้านก็ทำไปแล้ว ถ้ามีโอกาสก็สร้างความก้าวหน้าให้กับตัวเองได้  งานไหนก็อดทนทำไปก่อน และหาเวลาที่จะเป็นสามีที่ดีกับภรรยา เป็นพ่อที่ดีของลูกๆ คอยถามลูกเมียว่าเป็นไงบ้าง มีอะไรปรึกษาหรือเปล่า ถ้าลูกอยากเรียนอะไรก็สนับสนุน  คอยบอกสอนลูกด้วยเหตุผลไม่ใช้อารมณ์ความรุนแรง สร้างความเป็นสุขให้กับครอบครัวโดยหาเวลาว่างไปพักผ่อนครับ...

                                                     หากเป็นแม่...

                ถ้าผมเป็นแม่ผมจะออกไปหารายได้พิเศษเพื่อมาจุนเจือครอบครัว และถ้ารู้ความจริงว่าสามีตนตกงานก็พูดคุยกันเพื่อหาแนวทางแก้ไข คอยดูแลลูกๆมากกว่านี้ มีอะไรให้ปรึกษากันภายในครอบครัว คิดถึงอนาคตของลูกๆ เลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จในชีวิตเท่านี้ก็มีความสุขแล้วครับ...


หากเป็นพี่ชาย...
                ถ้าผมเป็นพี่ชายผมจะทำตามความฝันของตัวเอง และปรึกษาพ่อแม่ก่อนว่ามีความคิดเห็นอย่างไร โดยอธิบายเหตุผลต่างๆมาสนับสนุนคำพูดของเรา และสิ่งไหนที่พ่อแม่คิดว่าไม่มีไม่ถูกต้องก็ขอฟังเหตุผลจากท่าน เพื่อเราจะได้หายคล่องใจ แต่ถ้าเราฟังแล้วเหตุผลไม่ทำให้เราแน่ใจว่ามันดีจริงเราก็รับฟังไว้  แต่จะทำตามหรือไม่ก็ว่ากันอีกที แต่ความเป็นลูกนั้นก็มีความรักความห่วงใยพ่อแม่เสมอ พ่อและแม่ก็มีความรักลูกเช่นกัน ซึ่งความสัมพันธ์นี้มันละเอียดอ่อนมาก ยังไงก็ไม่ลืมทดแทนบุญคุณของพ่อแม่เสมอครับ...

หากเป็นน้องชาย...
                ถ้าผมเป็นน้องชายผมจะบอกกับแม่ว่าผมอยากเรียนพิเศษ Piano แม่จะว่าอย่างไรก็อีกเรื่อง ผมจะตั้งใจเรียน เป็นลูกที่ดี เชื่อฟังพ่อแม่บางเรื่องที่คิดว่าไม่ขัดกับความต้องการที่ถูกต้องของตัวเอง แม้ในบางครั้งพ่อแม่อาจไม่เข้าใจในเหตุผลของเรา พ่อแม่ยังไงก็เป็นผู้มีพระคุณกับเราเราต้องให้ความเคารพ และตอบแทนบุญคุณท่านครับ...

หากเป็นตัวเอง...
ถ้าคนภายนอกครอบครัวนี้ก็ไม่อาจจะเข้าใจถึงเหตุผลของแต่ละคนที่ภาพยนตร์สื่อออกมานะครับ ซึ่งปัญหาต่างๆที่ได้นำเสนอมายิ่งสะท้อนถึงสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป สภาพปัญหาครอบครัวที่เป็นสถาบันหลักของสังคมที่มีความขัดแย้งความไม่เข้าใจกัน ไม่มีเวลาให้แก่กัน ต่างคนต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเอง คิดว่าตัวเองดี ตัวเองถูกเสมอ โดยไม่คิดถึงคนอื่น ว่าเขาก็มีความคิดเหมือนกัน...

ข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้...
                ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นำเสนอปัญหาของครอบครัวของมาให้เพื่อให้ผู้ชมได้มีความเข้าใจถึงปัญหาที่สามารถแก้ไขได้และนำไปเป็นแนวทางในการแก้ไขข้อบกพร่องสิ่งที่ไม่ถูกต้องกับครอบครัวของตนเอง ถ้าสมาชิกในครอบครัวยอมรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน ปัญหาต่างๆก็คุยกันง่ายมากขึ้น ปัญหาก็ไม่เกิดหรืออาจจะเกิดน้อยลง...
                                                          คำถาม..

ทำไมพ่อไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของลูก คิดว่าตัวเองคิดเป็นคนเดียวหรืออย่างไร.




แหล่งที่มาของรูปภาพ : http://www.google.com/

วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ปัญหาความรุนแรง

ปัญหาความรุนแรง และการทะเลาะวิวาท


          ถือได้ว่าเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มที่บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ โดยการทะเลาะวิวาทนั้น เกิดขึ้นโดยตรงกับผู้ร่วมสถานการณ์ เช่น สมาชิกในครอบครัว และกลุ่มผู้ร่วมดื่มนอกบ้าน นอกจากนี้ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังเป็นสาเหตุของคดีอาญาต่างๆอีกด้วย เช่น  คดีอาญาฐานความผิดทำให้เสียทรัพย์ คดีอาญาฐานความผิดเกี่ยวกับเพศ และคดีอาญาฐานความผิดต่อร่างกาย เป็นต้น
ปัจจุบันการแพร่ระบาดของคลิปวีดีโอต่างๆ  มีให้เห็นกันอยู่เป็นประจำ  โดยส่วนใหญ่จะแพร่ระบาดในกลุ่มเยาวชน  ซึ่งจากการสำรวจพบว่าเด็กไทยกว่า  ๑๐%  มีการก่อเหตุทะเลาะวิวาท  คงถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องรีบช่วยกันหาวิธีป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจังก่อนที่จะสายเกินไป   สร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้ที่พบเห็นไม่น้อยสำหรับ          คลิปวิดีโอฉาว  ของนักเรียนนักศึกษา จากสถานบันการศึกษาหลายๆแห่ง    ที่กำลังลงไม้ลงมือทำร้ายร่างกายนักเรียนด้วยกัน   อย่างรุนแรง  ทรามกลางเสียงเชียร์และเสียงห้ามปรามของผู้ที่ยืนดูอยู่รอบข้าง  โดยการกระทำของนักศึกษาคนดังกล่าวรุนแรง

 และยังมีคลิปวีดีโอฉาวเด็กนักเรียนเกือบ  ๑๐  คน  นั่งดื่มสุรากันอย่างเมามัน  จนมีการล่วงล้ำทางเพศเกิดขึ้น  และล่าสุดคลิปวิดีโอนักเรียนหญิงทะเลาวิวาทกันระบาดหนักอีก    แห่งที่
จังหวัดนครนายกและจังหวัดชัยนาท  ลงมือตบตีกันท่ามกลางวงล้อมกองเชียร์ในลักษณะที่คล้ายๆ  กัน
     
   ซึ่งขณะนี้คลิปวีดิโอลักษณะดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่มีมากขึ้น    ในหมู่นักเรียน-นักศึกษาจำนวนมากและจะสะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่นับวันจะมีเรื่องราวต่างๆ    ที่เกิดขึ้น    ผู้ก่อเหตุส่วนมากจะอยู่ในสถานะของนักเรียนนักศึกษา    และยิ่งน่าเป็นห่วงไปกว่านั้นคือ    ผู้ที่ก่อเหตุจะเป็นเยาวชน     ทำให้เห็นว่าสังคมในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากจากที่แต่ก่อน   เรื่องของการทะเลาะวิวาทส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของใหญ่   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงต้องมองไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านโทรศัพท์มือถือมีการพัฒนาไปเป็นอย่างมาก  จนสามารถถ่ายภาพนิ่งและถ่ายวีดีโอได้  และจากทะเลาะวิวาทกันแล้วถ่ายเป็นคลิปวิดีโอเก็บไว้ในนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ  ซึ่งการบันทึกภาพอาจทำได้ทั้งการถูกคนอื่นทำร้าย  หรือบันทึกภาพเพื่อเป็นหลักฐานฟ้องร้องกัน    และเมื่อมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นจำนวนมากจะต้องให้ความสนใจดูแลและดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง    ซึ่งการจะห้ามใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในสถานศึกษาคงจะเป็นเรื่องยาก  แต่ต้องเข้มงวดการลงโทษอย่างจริงจัง    นอกจากนี้สิ่งที่ต้องกระทำอย่างเร่งด่วนคือการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้
 
เหตุการณ์ที่ผมได้พบเจอมาคือเป็นช่วงที่ผมไปเที่ยวบ้านญาติตอนที่ปิดเทอมที่ขอนแก่น ผมไปกับเพื่อนสองคน ชื่ออาร์ตบ้านที่ขอนแก่นมีสมาชิก 4 คน คือ ลุง ป้า ลูกชายของลุงกับป้าอีกสองคน ชื่อนนท์อายุ 18ปีและหนึ่งอายุ 20ปี ซึ่งผมจะสนิทกับสองคนนี้มากมีวันหนึ่งผมอยากไปเที่ยวที่ตัวเมืองตอนกลางคืน เลยให้หนึ่งกับนนท์พาไปเที่ยวร้านเหล้าแห่งหนึ่ง พอถึงร้าน ผมก็สั่งเหล้ามากินก็นั่งกินทั้ง4 คน นั่งฟังเพลงสดที่ร้านไปเรื่อยๆ พอนั่งกินไปสักพักก็เริ่มมีอาการเมาก็พากันกลับเพราะเวลานั้นเป็นเวลาประมาณตี1 ก็เป็นเวลาที่นักร้องเลิกพอดี ผมก็ใกล้จะกลับ อยู่ดีๆโต๊ะที่นั่งข้างเวทีซึ่งมีอาการเมาก็มีปากมีเสียงกับโต๊ะที่นั่งติดกันสักพักก็ต่อยกันชุลมุน โต๊ะเก้าอี้ ขวดเหล้า ขวดโซดาแตกกระจายเต็มไปทั่ว มีเสียงผู้หญิงร้องกันวุ่นวาย สาเหตุน่ามาจากการดื่มเหล้าจนเมาและแย่งสาวเสิร์ฟกัน ผมเลยบอกเพื่อนกันน้องๆให้รีบออกไปเดี๋ยวโดนลูกหลง ผมกลัวตำรวจจะมาก็เลยรีบพากันขับรถกลับบ้าน
 
    
จากเหตุการณ์ที่ผมพบมา เห็นหรือเปล่าครับครับว่า ผู้ที่มานั่งกินเหล้ากันถ้าควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ควบคุมตัวเองไม่ได้จะทำให้เกิดปัญหากันได้ และก่อให้เกิดผลเสียกับตัวเองและผู้อื่นด้วย ซึ้งเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ยังหาแนวทางแก้ไขได้ไม่ชัดเจน   

    

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการมีสติ  ควบคุมอารมณ์ตัวเอง ถ้ารู้ว่าถ้ากินแล้วมีปัญหาก็กินที่บ้าน เพื่อที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ให้รู้จักความพอดีไม่ให้กินพร่ำเพื่อ และถ้าเลิกได้จะดีที่สุด เพราะถ้าดื่มไปมากๆแล้วเราจะขาดสติ ทำอะไรก็ไม่ทันคิดก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย



ที่มาของรูปภาพ :www.google.co.th

ปัญหาสังคม..

เอดส์

ในปัจจุบันนี้สังคมได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก  ชีวิตมีการแข่งขันกันเพื่อความอยู่รอดของตัวเองและครอบครัว มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้กันอย่างแพร่หลาย มีสิ่งอำนวยความสะดวก  สถานบันเทิง ร้านค้าต่างๆมากมาย มีการอพยพจากชนบทเข้ามาหางานทำในเมือง ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา  แต่สิ่งที่ผมจำนำเสนอก็คือปัญหาการแพร่กระจายของโรคเอดส์  เพราะผมเห็นว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่สำคัญที่ควรนำมาแก้ไขอย่างเร่งด่วน

               คำว่า เอดส์ มาจากภาษาอังกฤษว่า AIDS ซึ่งย่อมาจากคำเต็มว่า Acquired Immune Deficiency Syndrome ซึ่งแต่ละคำมีความหมายดังนี้
  • A = Acquired หมายถึง เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิดหรือสืบทอดทางกรรมพันธุ์
  • I = Immune หมายถึง ระบบภูมิต้านทานหรือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • D = Deficiency หมายถึง ความบกพร่อง การขาดไปหรือเสื่อม
  • S = Syndrome หมายถึง กลุ่มอาการคือมีอาการหลาย ๆ อย่างไม่เฉพาะที่ระบบใดระบบหนึ่ง
รวมแปลว่า กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเอชไอวี เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เสื่อมหรือบกพร่องลง เป็นผลทำให้เป็นโรคติดเชื้อหรือเป็นมะเร็งบางชนิดไดง่ายกว่าคนปกติ อาการมักจะรุนแรง เรื้อรัง และเสียชีวิตในที่สุด
 โรคเอดส์ติดต่อกันได้อย่างไร
        โรคเอดส์ติดต่อกันได้หลายทาง ที่พบบ่อยและที่สำคัญที่สุด คือ
1.             ทางการร่วมเพศ
2.             ทางการถ่ายเลือดหรือรับผลิตภัณฑ์เลือดที่มีเชื้อไวรัสเอดส์อยู่
3.             ทางการใช้เข็ม
4.             ทางแม่ที่มีเชื้อไวรัสเอดส์ไปสู่ทารกในครรภ์
นอกจากนี้ยังพบว่าโรคนี้ติดต่อกันได้ด้วยวิธีอื่น แต่พบน้อยมาก ได้แก่
1.             การเปลี่ยนอวัยวะต่าง ๆ เช่น เปลี่ยนแก้วตา เปลี่ยนไต
2.             การผสมเทียมในรายที่มีลูกยาก
3.             การสักผิวหนัง การฝังเข็ม การเจาะหู
4.             บุคคลที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคเอดส์
1.             กลุ่มสำส่อนทางเพศ
2.             กลุ่มติดยาเสพติดที่ไช้เข็มและกระบอกฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำแบบเวียนเทียน
3.             กลุ่มผู้ป่วยโรคเลือดชนิด Hemophilia
4.             กลุ่มที่รับการถ่ายเลือด
5.             ทารกในครรภ์
6.             กลุ่มนักโทษที่มีการร่วมเพศกันเอง
7.             ภรรยาหรือคู่นอนของผู้เป็นโรคเอดส์
1.             ผลกระทบจากการแพร่กระจายของโรคเอดส์
การแพร่ขยายของโรคเอดส์ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และปัจจัยการพัฒนาประเทศโดยส่วนรวม ปัญหาที่เกิดจากการแพร่ของโรคเอดส์

สรุปได้ดังนี้
1.             ปัญหาทางเศรษฐกิจ
2.             ปัญหาการละเมิดสิทธิเด็ก
3.             ปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ
1.             มาตรการป้องกันและแก้ไข
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
1.             ขยายบริการบำบัด รักษา และป้องกัน
2.             พัฒนาระบบข้อมูล ข่าวสาร การแนะแนว และการประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพ
3.             จักระบบการประสานงานและการบริการเพื่อการบำบัด รักษาป้องกันผู้ป่วยโรคเอดส์
ด้านการศึกษาและสังคม
1.             สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ควรจัดโปรแกรมการศึกษาและการฝึกอบรมอย่างเร่งด่วนในเรื่องโรคเอดส์
2.             ปรับทิศทางและเป้าหมายการจัดการศึกษาให้เอื้อต่อการแก้ปัญหาโรคเอดส์อย่างมีประโยชน์ ให้ความรู้และส่งเสริมบทบาทของสมาคมครูและผู้ปกครอง ครูแนะแนว และทางการศึกษาให้สามารถดำเนินงานทุกวิถีทางเพื่อลดช่องว่างระหว่างวัยของสมาชิกในครอบครัวด้วย
3.             ให้มีการดำเนินงานเพื่อพัฒนาสภาพเศรษฐกิจและสังคมในระดับครอบครัวให้ดีขึ้นเพื่อลดปัญหาการติดยาเสพติดและการค้าประเวณี
4.             พัฒนาประสิทธิภาพของการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโรคเอดส์
3.ด้านอื่น ๆ
1.             จัดให้มีการสื่อสารสายตรง เพื่อให้คำปรึกษาและการประสานงานเพื่อการบำบัด รักษา และป้องกันโรคเอดส์ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
2.             ควรจัดให้มีมาตรการสุขภาพอนามัย และกิจกรรมที่อาจจะมีเลือดออกจากร่างกาย
3.             จัดให้มีกฎหมายสถานเริงรมย์ และสถานบริการต่าง ๆ ที่ใช้อำนาจผู้เกี่ยวข้องในการตรวจสอบ





อ้างอิง : มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย.2547. ปัญหาสังคมไทย. [Online]. Available: URL: http://learning.ricr.ac.th/thailife/webunit3.htm